ยาคุมฉุกเฉิน

กินยาคุมฉุกเฉิน : กินอย่างไรลดเสี่ยงท้องและปลอดภัย

กินยาคุมฉุกเฉิน ประกอบด้วยฮอร์โมนเพศโปรเจสตินชนิดเดียว ฮอร์โมนคุมกำเนิดฉุกเฉินเท่านั้นและฮอร์โมนคุมกำเนิด ซึ่งสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้โดยไม่พร้อมประมาณ 80-90% การป้องกันจะลดลงตามระยะเวลาที่ กินยาคุมฉุกเฉินได้ผลเช่นเดียวกัน เป้าหมายของมันคือการป้องกันการตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผน ซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจคุณสมบัติของยาที่ออกฤทธิ์หลังใช้ และที่สำคัญคือต้องกินให้ถูกวิธี

วิธีกินยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกต้อง

หากต้องการกินยาคุมฉุกเฉินหลังจากที่ซื้อจากสถานที่ขายยาเราจะได้ยาคุมฉุกเฉินขนาด 0.75 มก. จำนวน 2 เม็ด และต้องกินทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน เพื่อให้แน่ใจว่ายามีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยจะมียาอยู่ 2 ชนิดคือ

  • ทานสองเม็ดพร้อมๆ กัน หลังมีเพศสัมพันธ์ทันที
  • กินยาเม็ดแรกทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ เม็ดที่ 2 ห่างกัน 12 ชม. แต่หลายคนลืมกินเม็ดที่ 2 ถ้าห่างกันไม่เกิน 12 ชม. หรือเชื่อว่าเม็ดเดียวพอ ทำให้การคุมกำเนิดไม่ได้ผล หากไม่สามารถรับประทานยาได้ในทันทีอาจกินหลังจากนั้น แต่ไม่เกินสามวันหรือ 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์
  • ควรให้ยาซ้ำ หากอาเจียนเกิดขึ้นภายในสองชั่วโมงหลังจากรับประทานยา
    หากมีเพศสัมพันธ์ขณะรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาซ้ำ
  • ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินควรใช้เฉพาะในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกันเท่านั้น เนื่องจากการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินบ่อยครั้งอาจทำให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดลดลง
  • ให้หลีกเลี่ยงยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์

ข้อควรระวังเกี่ยวกับกินยาคุมฉุกเฉิน

ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชก่อนทานยาใดๆ นอกจากนี้ หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นหลังรับประทานยา ควรไปพบแพทย์ทันที หากมีเลือดออกทางช่องคลอดหรือประจำเดือนไม่มา รวมถึงสงสัยว่าตั้งครรภ์ ควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีเลือดออกทางช่องคลอดหรือประจำเดือนไม่มา ยาคุมกำเนิดมีอัตราผลข้างเคียงค่อนข้างสูง เพราะยาออกฤทธิ์ที่เยื่อบุโพรงมดลูก

* ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีเยี่ยม แต่ไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินแทนการคุมกำเนิดแบบปกติ

คำแนะนำ

แม้ว่าการคุมกำเนิดฉุกเฉินจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่แนะนำให้ใช้แทนการคุมกำเนิดแบบปกติ ถึงยาจะปลอดภัยเพราะขนาดของฮอร์โมนมีผลข้างเคียงจากยาสูง รวมทั้งมีรอบเดือนมาไม่ปกติที่เกิดอาการปวดท้องน้อย รวมทั้งไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้นควรใช้เฉพาะในกรณีที่ จำเป็น. และหลังใช้ หากประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือประจำเดือนไม่มา เลือดออกไม่หยุด หรือปวดท้องไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันที